ตรวจอาการนอนกรนต้องทำอะไรบ้าง ใช้สิทธิประกันสังคมได้หรือไม่?

 

ฟรี คลังภาพถ่ายฟรี ของ การกรน, การผ่อนคลาย, ครอบครัว คลังภาพถ่าย

“คนกรนไม่รู้ คนรู้ไม่ได้กรน” นี่คือสาเหตุที่คนชอบนอนกรนมักจะปฏิเสธตลอดว่าไม่เคยกรน เนื่องจากในเวลาที่เรานอนหลับ จะไม่ได้ยินเสียงกรนของตัวเอง เพราะฉะนั้นเมื่อถูกทักว่ากรนไม่ต้องอาย แต่จะต้องสังเกตตัวเองต่อไป เพราะการนอนกรนนั้นอันตรายกว่าที่คิด ไปทำความรู้จักกับการนอนกรนกันเถอะ

การนอนกรนอันตรายหรือไม่

การนอนกรนเกิดจากทางเดินหายใจส่วนบนอุดตันในขณะหลับ ทำให้ทางเดินหายใจแคบ เมื่อลมเคลื่อนที่ผ่านบริเวณทางเดินหายใจ จึงเกิดเป็นเสียงกรนขึ้น ซึ่งการนอนกรนแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

  1. นอนกรนแบบทั่วไป เป็นการนอนกรนที่เกิดเป็นบางครั้ง หรือมีการนอนกรนเป็นประจำได้ ในประเภทนี้จะไม่เป็นอันตราย แต่เสียงกรนของคุณจะไปรบกวนการนอนของผู้อื่นได้
  2. นอนกรนประกอบกับการมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เกิดจากความผิดปกติของระบบการทำงานในร่างกาย ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งผู้ที่นอนกรนปรกอบกับการมีภาวะหยุดหายใจ มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้

สังเกตตัวเองว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับหรือไม่

การนอนกรนร่วมกับภาวะหยุดหายใจเป็นอันตราย หากคุณนอนห้องเดียวกับผู้อื่น ให้ผู้ที่นอนในห้องเดียวกันช่วยสังเกตการหายใจและการกรนขณะที่คุณหลับ ว่าเสียงกรนมีความสม่ำเสมอหรือไม่ หากเสียงกรนไม่สม่ำเสมอ และมีเสียงหายใจเงียบไปเป็นช่วง ๆ ให้ตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนว่าเป็นการนอนกรนที่ไม่ปกติ อาจเป็นการนอนกรนร่วมกับภาวะหยุดหายใจ

และถ้าหากคุณเป็นผู้ที่นอนคนเดียว ไม่รู้ว่าตัวเองนอนกรนหรือไม่ สามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมร่างกายระหว่างวันได้ เพราะการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ยังส่งผลเสียต่อร่างกายตอนตื่นนอนอีกด้วย

  • สะดุ้งตื่นกลางดึก
  • รู้สึกนอนหลับไม่เต็มอิ่ม ตอนตื่นนอนไม่สดชื่น
  • ง่วงผิดปกติในช่วงตอนกลางวัน
  • เจ็บคอ หรือคอแห้งเมื่อตื่นนอน
  • สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวนง่าย

ซึ่งอาการเหล่านี้ เกิดจากการที่ระดับออกซิเจนในเลือดแดงต่ำลงกว่าปกติ ส่งผลให้หัวใจ ปอดและสมองทำงานหนักขึ้น

ตรวจการนอนกรนด้วย Sleep Test

หากคุณมีอาการที่สื่อไปถึงการนอนกรนร่วมกับภาวะหยุดหายใจ ควรเข้ารับการตรวจ Sleep Test  แต่อันที่จริงแล้วการตรวจ Sleep Test ไม่ต้องนอนกรนก็สามารถตรวจได้เช่นกัน เพื่อเช็กสุขภาพในการนอนหลับของคุณ เนื่องจาก Sleep Test คือการตรวจการนอนหลับ โดยจะบันทึกค่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นขณะนอนหลับ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาสาเหตุและทางรักษาหากเกิดอาการนอนหลับที่ผิดติ

●       เตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจ Sleep Test

  • สิ่งที่ต้องนำมาด้วยในการเข้ารับการตรวจ Sleep Test ได้แก่ ชุดนอน อุปกรณ์การนอนที่ใช้เป็นประจำ ยารักษาโรคที่ต้องกินเป็นประจำ
  • การปฏิบัติตัวก่อนเข้ารับการตรวจ Sleep Test
  • ไม่ดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  • ไม่กินยาระบายหรือยาถ่าย เพราะจะทำให้การตรวจได้ผลที่คลาดเคลื่อน และไม่ต่อเนื่อง เพราะผู้ที่เข้ารับการตรวจ อาจอยากลุกมาเข้าห้องน้ำ หรือกระวนกระวายจนนอนไม่หลับ
  • ไม่กินยานอน เพราะจะทำให้การนอนหลับของคุณไม่ปกติ
  • อาบน้ำสระผมให้สะอาด และงดทาครีมหรือน้ำมันลงบนศีรษะ เนื่องจากจะต้องติดอุปกรณ์การตรวจที่หนังศีรษะ หากทาครีมหรือน้ำมัน จะทำให้อ่านสัญญาณกราฟคลาดเคลื่อนได้
  • งดสูบบุหรี่
  • วิธีการตรวจ Sleep Test การตรวจ Sleep Test เพื่อหาความผิดปกติของการนอนหลับ จะทำการตรวจสอบ 5 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้
  • การตรวจวัดระดับความลึกของการนอนหลับ
  • การตรวจวัดระดับออกซิเจน ลมหายใจ และการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อทรวงอกและหน้าท้อง
  • การตรวจวัดการทำงานกล้ามเนื้อตา การกัดฟันและกระตุกของขาขณะหลับ
  • การตรวจท่านอนและเสียงกรน
  • การตวจการเต้นของหัวใจ เป็นต้น

 

ารตรวจ Sleep Test สามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้หรือไม่?

หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าสิทธิ์ประกันสังคมครอบคลุมการตรวจ Sleep Test สามารถเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ที่คุณมีอยู่ แต่ก็จะมีข้อจำกัดตรงที่หากคุณใช้สิทธิ์การรักษาเป็นสิทธิ์ประกันสังคม อาจต้องรอคิวนาน

นอกจากนี้ประกันสุขภาพก็ยังครอบคลุมไปถึงการตรวจ Sleep Test ได้อีกด้วย ซึ่งสะดวกกว่าการใช้สิทธิ์ประกันสังคมเป็นอย่างมาก เพราะมีตัวเลือกโรงพยาบาลในเครือให้เลือกมากมาย และยังไม่ต้องรอคิวนานอีกด้วย เห็นแบบนี้แล้วใครที่มีอาการผิดปกติหลังตื่นนอนตรงตามข้างต้น อย่ารอช้าที่จะเข้ามาตรวจ Sleep Test เพื่อหาความผิดปกติของการนอนกรน และเลือกทำประกันสุขภาพที่ Rabbit Care แคร์เหมาจ่ายค่ารักษา ให้คุณได้รับความคุ้มครอง IPD และ OPD สูงสุด 100 ล้านบาท เข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://rabbitcare.com/health-insurance